
สร้อยตระกูล อรรถมานะ กล่าวว่าการตัดสินใจได้ดีอย่างทันเวลา มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับ
และมีความเหมาะสมทางวัฒนธรรมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้
๑. ลักษณะของผู้ตัดสินใจ
๒. แบบการตัดสินใจของแต่ละบุคคล
๓. ความรู้เองหรือความหยั่งรู้ในการตัดสินใจ ๔. ความคิดสร้างสรรค์
๕. ข้อขัดข้องในองค์การ
๒.๓.๗ ประเภทของการตัดสินใจ
สมยศ นาวีการ กล่าวว่า การตัดสินใจ (Decision-making) คือ การชั่งใจ ไตร่ตรอง และ
ตัดสินใจเลือกทางดำเนินการที่เห็นว่าดีที่สุดจากทางเลือกหลายๆทางที่ได้คิดไว้ เพื่อให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ การตัดสินใจสามารถจำแนกออกได้เป็น ๓ ประเภทใหญ่ๆ คือ Continue reading →
สมพร เฟื่องจันทร์ กล่าวว่า เฟลิกซ์ เอ.ไนไกร และ ลอยด์ จี.ไนโกร (Felix A.Nigro and
Lloyd G. Nigro, 1977) ได้ประมวลปัจจัยต่างๆ ที่อาจมีผลกระทบกับการตัดสินใจ ปัจจัยเหล่านี้อาจ
เป็นตัวถ่วงไม่ให้การตัดสินใจมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น๖๒
๑. ความสำเหนียกในบทบาท สมาชิกในแต่ละองค์การจะวางบทบาทของตนเองไว้ในมุม
ที่ตัวเองเห็นว่าเหมาะสม ยิ่งกว่านั้นอิทธิพลจากความคาดหวังจากบุคคลอื่น ก็จะเป็นแรงหลักที่
สำคัญต่อลักษณะการตัดสินใจด้วย
๒. แรงกดดันจากภายนอก นับเป็นปัจจัยที่สำคัญที่บีบให้ผู้ตัดสินใจจำใจที่ต้องตัดสินใจ
เบี่ยงเบนออกไปจากที่ตนเองคาดคิดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้ตัดสินใจอยู่ในตำแหน่งที่ต้องนำเอา
เสียงสะท้อนจากภายนอกมาประกอบพิจารณา มิฉะนั้นก็อาจกระทบกระเทือนได้ง่าย
๓. ค่าใช้จ่ายที่ลงไปก่อนที่ผลการตัดสินใจในเรื่องนั้นๆ (Sunk cost) ยิ่งนโยบายใดได้มี
การตระเตรียมดำเนินงานไปก่อนที่ผลการตัดสินใจขั้นสุดท้ายออกมา ก็มักเป็นแรงกดดันที่ผู้บริหาร Continue reading →
๒.๔.๑ ความหมายของการโน้มน้าวใจ
การโน้มน้าวใจมีคนให้ความหมายไว้หลายความหมายด้วยกัน พอจะสรุปได้ดังนี้
มิลเลอร์และเบอร์กูล (Miller and Burgoon) ได้ให้ความหมายของการโน้มน้าวใจว่า
การโน้มน้าวใจใช้เมื่อผู้โน้มน้าวใจตั้งใจที่จะมีอิทธิพลเหนือผู้ได้รับการโน้มน้าวใจ
เบรมเบ็คและฮาวเวล (Brembeck and Howell) ได้ให้คำจัดกัดความว่า การโน้มใจ
หมายถึงความตั้งใจในการสื่อสารที่จะมีอิทธิพลเหนือทางเลือก
ไซมอนส์ (Simons) สรุปความหมายของการโน้มน้าวใจว่า หมายถึงการสื่อสารของ
มนุษย์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้มีอิทธิพลเหนือผู้อื่นโดยการเปลี่ยนความเชื่อ ค่านิยมหรือทัศนคติคัทลิบ
และเซ็นเตอร์ได้เสนอความคิดเห็นว่า การโน้มน้าวใจทางด้านประชาสัมพันธ์มีวัตถุประสงค์สำคัญ
เพื่อเปลี่ยนแปลง (Change) ความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกัน หรือทำให้ความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกันนั้น
สลายไป (Neutralize) เพื่อก่อเกิด (Crystallize) ความคิดในทางที่เป็นประโยชน์ต่อเราหรือต่อ Continue reading →
บื้องต้นเรากล่าวว่า การโน้มน้าวใจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ทัศนคติ ซึ่งสามารถจะ
สังเกตเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงความรู้ การรับรู้ ความรู้สึกและพฤติกรรม แต่การเปลี่ยนแปลง
เช่นนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นฉับพลันทันที เช่น บุคคลไม่เคยคิดที่จะบวชเนกขัมมะ แต่หลังจากที่มีบุคคล
ที่บวชเนกขัมมะมาเล่าให้ฟังถึงผลที่ได้จาการบวช เขาอาจจะยังไม่อยากบวชแต่ทัศนคติที่มีต่อการ
บวชเนกขัมมะเป็นไปในทางบวกมากขึ้น และเมื่อได้ฟังวาทะที่มีประสิทธิภาพมากเข้าหลาย ๆ ชิ้น
เขาอาจจะเต็มใจบวชเนกขัมมะสักวันหนึ่งก็ได้
โรเซนเบิร์กและโฮฟแลนด์กล่าวว่า ผลของการโน้มน้าวใจจะรวมทัศนคติและความเชื่อ
ไว้ เมื่อมีการตอบสนอง การเปลี่ยนแปลงที่เกิดในตัวผู้รับสารจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในด้าน
ความรู้สึกและสำนึกการเปลี่ยนแปลงในด้านอารมณ์และความรู้สึก การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรม
ซึ่งมีแผนภาพดังนี้ บื้องต้นเรากล่าวว่า การโน้มน้าวใจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ทัศนคติ ซึ่งสามารถจะ Continue reading →
ถึงแม้เราจะไม่สามารถรับรู้เกี่ยวกับทัศนคติหรือความเชื่อได้ด้วยประสาททั้งห้าแต่เราก็
สามารถเรียนรู้ได้ด้วยการทำข้อสรุปจากวาจาหรือพฤติกรรมซึ่งเป็นสิ่งที่สังเกตได้ นักจิตวิทยาได้นำ
แนวคิดนี้ไปวิเคราะห์ทัศนคติและความเชื่อ และมีความเห็นว่า ทัศนคติ ความเชื่อ ความรู้ หรือ
จิตสำนึก (Cognition) อารมณ์ความรู้สึก (Affection) และพฤติกรรม(Behavior) ต่างก็สัมพันธ์กันไป
ในแนวเดียวกัน (Positive Relationchip) อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นมิได้เกิดในลักษณะ
หนึ่งต่อหนึ่ง นั่นคือ ความชอบหนึ่งอย่างหรือความไม่ชอบหนึ่งอย่างจะนำไปสู่พฤติกรรมหนึ่งอย่าง
ยกตัวอย่างเช่น ในการวิจัยของสหรัฐอเมริกา มีคนผิวขาวที่รังเกียจชนกลุ่มน้อยคือพวกผิวดำหรือ
พวกยิว เมื่อคนผิวขาวเหล่านี้ตอบแบบสอบถาม เขายังคงแสดงทัศนคติทางลบอยู่ แต่นั่นไม่ได้
หมายความว่า เมื่อพวกเขาเจอพวกผิวดำหรือพวกยิว เขาจะเข้ากลุ้มรุมทำร้ายซึ่งเป็นพฤติกรรมที่
แสดงออกมา หรือเพื่อนของเราอาจจะมีบุตรเกินกว่าหนึ่งหรือสองคน ถึงแม้เขาจะมีทัศนคติ Continue reading →
๑.๑ “ฉันเชื่อว่าโลกกลม” เป็นความเชื่อแบบพรรณนา (Descriptive Belife) ความ
เชื่อแบบนี้เราสามารถพิสูจน์ถูกผิดได้
๑.๒ “ฉันเชื่อว่าโรงเรียนนี้เป็นหนึ่งด้านการเรียนการสอน” เป็นความเชื่อแบบ
ประเมิน (Evaluative Belife) ความเชื่อแบบนี้แสดงค่านิยมของผู้พูดว่าสิ่งนี้ คนนี้ สถาบันนี้ดีหรือ
เลว
๑.๓ “ฉันเชื่อว่าพ่อค้าที่ดีควรหวังกำไรแต่พอสมควรเพื่อการทำธุรกิจระยะยาว”
เป็นความเชื่อแบบมุ่งกฎเกณฑ์เป็นหลัก (Prescriptive Belife) ความเชื่อแบบนี้เป็นความเชื่อที่แสดง
ว่าผู้พูดคิดว่าสิ่งใดควรเป็นเช่นไร คนหนึ่งคนใด ควรทำอะไร
๒. การจัดแบ่งความเชื่ออีกแบบหนึ่งคือ แบ่งตามความยากง่ายในการที่จะเปลี่ยนแปลง
ความเชื่อนั้นเมื่อผู้รับสารได้รับรู้สารที่มีความโน้มน้าวใจ ในกรณีเช่นนี้ความเชื่อจะแบ่งเป็น ๓
ระดับคือ ความเชื่อหลัก ความเชื่อในกฎระเบียบ ผู้ทรงคุณวุฒิติ และความเชื่อ
ผิวเผิน Continue reading →
หมายถึง ลักษณะทางด้านชีวประวัติ
ของแต่ละคน เช่น สถานที่เกิด สถานที่เจริญเติบโต สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคมที่ผ่านมาของ
คนๆ นั้น ปทัสถาน (Norm) ทางสังคมที่คนๆ นั้นสังกัดอยู่ บุคลิกภาพ เงื่อนไขทางการเมืองและ
ทางด้านสังคม เหล่านี้เป็นสิ่งกำหนดลักษณะของคนๆ หนึ่งซึ่งเป็นปัจจัยนำไปสู่การเกิดทัศนคติ
ของคนๆ นั้นได้
๒. สิ่งแวดล้อมทางสังคม (Social Environment) สิ่งแวดล้อมทางสังคมโดยทั่วไป
หมายถึง ปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ที่มีต่อกันและกันอาทิ การสื่อสาร การโน้มน้าวใจ กลุ่มและ
ปทัสถานของกลุ่ม สภาพการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในตัวบุคคล ประสบการณ์ ตลอดจนปัจจัยทางด้าน
ประวัติศาสตร์ที่ได้กล่าวแล้วองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีบทบาทในการสร้างทัศนคติของแต่
ละบุคคลทั้งสิ้น Continue reading →